สีสีนแห่งเนเธอร์แลนด์ปีนี้นับได้ว่าเป็นปีทองแห่งการเฉลิมฉลองครั้งพิเศษอีกปีนึงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ปีแห่งสีสันของงานเทศกาลหลากหลายที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ ๖๐ ปีของสวนสวยเคอเคินฮอฟและที่พิเศษไม่แพ้กันปีนี้ยังเป็นปีแห่งการฉลองครบรอบ 400 ปีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเนเธอร์แลนด์กับประเทศมหาอำนาจอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.keukenhof.nl /
www.madurodam.nl / and
www.vangoghmuseum.nl



เคอเคินฮอฟจัดว่าเป็นสวนดอกไม้ที่งดงามที่สุดในโลก มีการจัดแสดงดอกไม้นานาพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นงดงาม ในปีนี้สวนแห่งนี้เริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 19 มีนาคม ถึง 21 พฤษภาคม อาณาบริเวณกว้างใหญ่ปกคลุมไปด้วยดอกทิวลิปหลากหลายสีสันสวยงามแปลกตาหาชมได้ยาก นอกจากทิวลิปซึ่งเป็นราชินีดอกไม้ประจำเนเธอร์แลนด์แล้วยังมีดอกไม้ชนิดอื่นกว่า ๔ ล้านดอก หลายร้อยพันธุ์ เช่นดอกHyacinths, Daffodils เคอเคินฮอฟถือเป็นสถานที่ที่คนทั่วทุกมุมโลกอยากจะมาเยี่ยมเยีอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่ออันดับต้น ๆ ของประเทศเนเธอร์แลนด์ สวนสวยแห่งนี้มีเอกลักษณ์ความงดงามเฉพาะตัว ที่น่าทึ่งก็คือภายใน เวลา ๖๐ ปีที่ผ่านมา เคอเคินฮอฟได้มีโอกาสต้อนรับผู้มาเยือนเป็นจำนวนมากกว่า ๔๔ ล้านคน ที่สำคัญเคอเคินฮอฟยังได้รับเกียรติจากหลากหลายองค์กรณ์ให้ครองรางวัลมากมายในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวอันล้ำค่ามากที่สุดในยุโรป เพราะเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมการมาเยือนสวนสวยแห่งนี้จึงถือเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยประทับใจมิรู้ลืม โดยเฉพาะในปีนี้ มีโอกาสพิเศษหลากหลายที่หลาย ๆ สถานที่จัดเฉลิมฉลอง ยกตัวอย่างเช่น การแสดงงานดอกลิลลี่ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเท่าที่เคยมีมา ซึ่งงานนี้ได้รวมเอาดอกลิลลี่กว่า 30,000ดอกมาให้ชม ตั้งแต่วันที่14 ถึง 21 พฤษภาคม ที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกว่านั้นคือ ในปีนี้เคอเคินฮอฟได้สร้างสีสันใหม่ให้กับผู้มาเยี่ยมเยีอนด้วยการจัดให้มีการล่องเรือชมทุ่งดอกไม้ ใช้เวลาล่องราว 1 ชั่วโมง เรือจะล่องผ่านความงามของทุ่งดอกไม้ ให้ผู้หลงใหลในความงามของสีสันธรรมชาติได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศในรูปแบบใหม่ และระหว่างการล่องเรือนี้พวกเขาจะได้มีโอกาสได้เยี่ยมชมกังหันลมที่มีความพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์เทรนด์ของสวนเคอเคินฮอฟปีนี้ คือ Be-Green มาจากแรงบันดาลใจที่ต้องการเน้นความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด Be-Green ไม่ได้หมายถึงว่าต้องเน้นเฉพาะสีเขียว แต่ใช้แนวความคิดจากหลักธรรมชาติเป็นเกณฑ์

งานหลาย ๆ งานที่เกี่ยวข้องกับประเทศสหรัฐอเมริกาจะจัดชึ้นในปีนี้ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อเฉลิมฉลองการที่ชาวดัตช์ได้ไปเยี่ยมเยือนอเมริกาเป็นครั้งแรกเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ณ วันนี้สถานที่แห่งนั้นคือเมืองแมนฮัตตันซึ่งตอนนี้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกที่ชาวดัตช์เป็นผู้ค้นพบชื่อแรกแต่ดั้งเดิมเรียกกันว่า นิวส์ อัมสเตอร์ดัม ซี่งหลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นนิวยอร์กจนถึงวันนี้ สำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นจะได้รับทราบเรื่องราวของประวัติศาสตร์ดัตช์ ซึ่งยังคงเป็นส่วนที่มีความสำคัญอยู่นับถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ของสองประเทศ ทางสวนเคอเคินฮอฟได้จัดทำรูปปั้นเทพีเสรีภาพซึ่งทำด้วยโมเสกรูปดอกไม้อันสวยงามตระการตาเพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสและรับทราบเรื่องราว ความพิเศษยังมีมากกว่านั้น คือ พิพิธภัณฑ์มาดูโรดัมซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอัมสเตอร์ดัม ก็ได้ออกความคิดจัดงานการแสดงแสงที่ใช้ชื่อว่า Madurodam by light ซึ่งเป็นงานการแสดงที่ผู้ชมจะได้ตื่นตาตื่นใจกับแสงไฟ ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มพ้นขอบฟ้า จะมีแสงจากดวงไฟดวงเล็ก ๆ นับพันดวงสร้างภาพความงามเนรมิตบรรยากาศในเมืองจิ๋วจำลองที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ ให้งดงามราวกับในเทพนิยาย
อีกงานนึงที่พิเศษไม่แพ้กันเป็นงานยามค่ำคืน นิทรรศการพิเศษที่จัดขึ้นในพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ ในเมืองอัมสเตอร์ดัม เมื่อราว ค.ศ. 1888 แวนโก๊ะเคยกล่าวไว้ว่า “สำหรับฉัน บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าช่วงกลางคืนจะมีชีวิตชีวา มีสีสันมากกว่าช่วงกลางวัน” ดังนั้นเพื่อเป็นการยกย่องสิ่งที่แวนโก๊ะกล่าวไว้เสมือนตัวแทนของยามเย็นและยามค่ำคืน จึงได้มีการจัดนิทรรศการนี้ขึ้น เป็นความร่วมมือกันระหว่างพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ และ Museum of Modern Art (MoMA) ในนิวยอร์กครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับแวนโก๊ะ เป็นเรื่องราวของสีสันยามค่ำคืน นิทรรศการนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่13 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น.
สุดท้ายนี้สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในต่างแดน ผู้ที่เป็นนักเดินทาง ผู้ที่ใฝ่ฝันจะเก็บภาพอันงดงามบันทึกไว้เป็นความทรงจำครั้งหนึ่งของชีวิต การไปเยือนเนเธอร์แลนด์ในปีนี้จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสอันพิเศษสุดที่คุณไม่ควรพลาด ในฐานะที่เป็นนักเดินทางคนนึงที่หลงใหลในความงามของธรรมชาติ วัฒนธรรมเนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่จะประทับอยู่ในความทรงจำตลอดไป หากท่านต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครั้งพิเศษในปีนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.keukenhof.nl /
www.madurodam.nl / and
www.vangoghmuseum.nl